พีซีเอ็น โฟร์คลิฟท์

บทความ

การตรวจซ่อมรถยกที่โดนน้ำท่วม

06-12-2554 20:11:38น.

อุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 2554 ได้ก่อความเสียหายให้กับโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก แม้ว่าจะพยายามป้องกันและขนย้ายสิ่งของไว้แล้วก็ตาม แต่ในกลุ่มอุปกรณ์ขนาดใหญ่ เช่น รถยกโฟล์คลิฟท์ รถยกลากจำนวนมาก อาจไม่สามารถเคลื่อนย้ายไว้ในที่ปลอดภัยได้ทัน อย่างไรก็ตาม เมื่อน้ำได้ลดลงแล้ว ผู้ใช้งานควรรีบเข้าตรวจสอบทันที โดยมีวิธีตรวจสอบเบื้องต้นทั้งในกลุ่มรถยกที่ใช้เครื่องยนต์และรถยกไฟฟ้าดังนี้


6 จุดสำคัญในการตรวจสอบรถยกโฟล์คลิฟท์ที่ใช้เครื่องยนต์


1.ระบบไฟฟ้า รถยกเครื่องยนต์ที่น้ำท่วมขัง อาจทำให้ปลั๊กข้อต่อต่างๆ กล่องฟิวส์ กล่องควบคุม(ECU)มีน้ำขังอยู่ ผู้ใช้งานควรถอดปลั๊กข้อต่อสายไฟออก เพื่อทำความสะอาดและไล่ความชื้น สำหรับแบ็ตเตอรี่ หากโดนน้ำท่วมขังจะทำให้เสื่อมสภาพ ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่


2.ระบบเครื่องยนต์ ควรทำการเปลี่ยนถ่ายระบบของเหลวทั้งหมดของรถ เช่นน้ำในหม้อน้ำ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง กรองเครื่อง กรองน้ำมันเชื้อเพลงใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่ดืของเครื่องยนต์ นอกจากนี้ให้ตรวจการอุดตันของรังผึ้งโดยเอาเศษขยะออก และใช้ลมจากปั๊มลมเป่าให้ทั่ว ถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงออกจากถังน้ำมัน ใช้ลมเป่าที่ท่อทางน้ำมันเพื่อไล่น้ำออกจากท่อจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง


เครื่องเบนซิน เครื่องแก๊ส ตรวรสอบชุดสายหัวเทียน ชุดจานจ่าย ระบบท่อแก๊ส มีการเปื่อย ปวม ฉีกขาดหรือไม่ ควรเปลี่ยนไส้กรองแก๊ส ส่วนหม้อต้มแก๊สและชุดคาร์บูเรเตอร์ควรถอดล้างใหม่


เครื่องดีเซล ตรวจสอบน้ำในท่อทางน้ำมัน ปั๊มจ่าย และหัวฉีด โดยการคลายสกรูฝาครอบออก อีกส่วนที่สำคัญ คือการตรวจสอบห้องเผาไหม้เครื่องยนต์ ซื่งน้ำสามารถเข้าไปทาง วาวล์ไอดี-ไอเสียได้ ควรไล่น้ำออกทางปลั๊กหัวเทียน หรือหัวฉีด (โดยใช้การแวคอากาศกับท่อลมจากปั๊ม ปั๊มแวคระบบแอร์ ไฮโดรมิเตอร์สำหรับวัดน้ำยาแบตเตอรี่ที่มีปลายยาวปั้มออกก็ได้) ส่วนที่ไดร์สตาร์ทและไดร์ชาร์ทของเครื่องยนต์ ให้ตรวจสอบการซ็อตของอุปกรณ์และไล่ความชื้นออก ซึ่งอาจส่งต่อให้ร้านมอเตอร์ช่วยตรวจสอบได้


3. เกียร์และเฟืองท้าย ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันใหม่ หากเป็นเกียร์ออโต้ ให้ทำความสะอาดท่อหายใจเพื่อป้องกันการอุดตัน


4.ระบบไฮดรอลิค ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมัน กรองน้ำมัน และทำความสะอาดฝาถังที่มีรูหายใจให้สะอาด ตรวจเช็คสนิมที่ลูกปืนรางเสาและทำความสะอาดแผงงา งา โซ่ยก พร้อมใช้น้ำมันหล่อลื่นหรือจารบีหล่อลื่น โดยเฉพาะที่คันโยก ให้ใช้น้ำมันหล่อลื่นตามข้อต่อต่างๆ สำหรับท่อน้ำมันไฮดรอลิคส์ที่แช่น้ำมักมีอาการบวม พอง หรือฉีกขาด ต้องเปลี่ยนใหม่


5.ล้อและเบรก ตรวจสอบตลับลูกปืนที่ดุมล้อ และเปลี่ยนจารบีลูกปืนล้อใหม่ทั้ง 4 ล้อ ในส่วนของผ้าเบรก ถ้าพบว่าอมน้ำหรือน้ำมันควรเปลี่ยนใหม่ และให้ทำความสะอาดชุดสปริงผ้าเบรกล่าง และตรวจสอบและเปลี่ยนชุดซีลปั๊มล้อล่าง ซีลปั๊มเบรกบน ไล่น้ำมันเบรกเก่าออกให้หมด


6. ตรวจสอบสภาพตัวรถภายนอก ทำความสะอาดตัวรถ โดยใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดรอบตัวรถทั้งภายในและภายนอก รวมถึงความสะอาดที่เบาะนั่ง



ข้อควรระวัง

การสตาร์ทเครื่องยนต์ที่โดนน้ำท่วม อาจทำให้เกิดความเสียหายที่ระบบไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิค ผู้ใช้ควรถอดขั้วแบตเตอรี่ขั้วลบออก


การตรวจสอบรถยกเครื่องยนต์อย่างถูกวิธี นอกจากจะช่วยให้มั่นใจในการทำงานแล้ว ยังช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานมากขึ้นด้วย สำหรับในกลุ่มรถยกและรถยกลากไฟฟ้า ซึ่งเป็นอีกกลุ่มรถยกที่ควรให้ความสำคัญ และมีวิธีการตรวจสอบระบบการทำงานที่แตกต่างจากรถยกเครื่องยนต์


8 จุดสำคัญในการตรวจสอบรถยกโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า


1.ตรวจสอบมอเตอร์ขับเคลื่อน/มอเตอร์ระบบไฮดรอลิกส์

มอเตอร์กระแสสลับ (AC Motor) ตรวจสอบชุดขดลวดมอเตอร์ ทำความสะอาดแล้วไล่ความชื้นด้วยน้ำยาทำความสะอาดพื้นผิว (contact cleaner หรือ degreaser cleaner) จนอุปกรณ์แห้งสนิทดีแล้ว จึงตรวจสอบความเป็นฉนวนของมอเตอร์ด้วยมัลลิมิเตอร์หรือเมกกะโอห์มมิเตอร์ ซึ่งหากพบว่าความเป็นฉนวนต่ำ (ต่ำกว่า 1 เมกกะโอห์ม)ควรส่งซ่อม รวมถึงเปลี่ยนชุดลูกปืนในมอเตอร์ทั้งหมด

มอเตอร์กระแสตรง (DC Motor) ให้ทำการตรวจสอบเบื้องต้นเช่นเดียวกับมอเตอร์กระแสสลับและตรวจสอบเพิ่มเติมที่ชุดแปรงถ่าน โดยปกติแปรงถ่านที่โดนความชื่นจะชำรุดหรือเสื่อมสภาพได้ง่าย ผู้ใช้งานควรเปลี่ยนชุดแปรงถ่านทั้งหมด


2. แบตเตอรี่ ให้ตรวจสอบค่าของแรงดันของแบตเตอรี่ด้วยมัลติมิเตอร์ควรจะมีค่าไม่ต่ำกว่า 85 % ของพิกัดแรงดันแบตเตอรี่ลูกนั้นๆ และใช้ไฮดรอมิเตอร์วัดค่าความถ่วงจำเพาะของแบตเตอรี่ ต้องไม่ต่ำกว่า 1.100 นอกจากนี้หากพบว่าน้ำเข้าในแบตเตอรี่ ควรทำการเปลี่ยนใหม่ เนื่องจากแบตเตอรี่มีการเสื่อมสภาพแล้ว


3. ระบบควบคุมรถ เช่น กล่องควบคุม หน้าจอแสดงผลการทำงาน ฯลฯ ให้ถอดทำความสะอาดกล่องควบคุมและไล่ความชื่นที่แผงวงจรด้วยน้ำยาทำความสะอาดพื้นผิว (contact cleaner หรือ degreaser cleaner)จนแห้งสนิม กล่องควบคุมและแผงวงจร นี้มีเป็นจำนวนมาก ผู้ใช้งานควรตรวจสอบอย่างละเอียดในกรณีที่พบสนิมในวงจรหรืออุปกรณ์แผงวงจร ควรเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทั้งหมด


4. ชุดสายไฟ/ปลั๊กข้อต่อต่างๆ เมนคอนแท๊คเตอร์ ควรอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีจุดที่ฉนวนฉีกขาด ถ้าพบคราบสนิมให้กำจัดคราบ และทำความสะอาดและไล่ความชื่นของอุปกรณ์ต่างๆด้วยน้ำยาทำความสะอาดพื้นผิว (contact cleaner หรือ degreaser cleaner)ถ้าไม่สามารถกำจัดได้ควรเปลี่ยนใหม่


5. ชุดเกียร์ เมื่อน้ำท่วมอาจมีน้ำบางส่วนเข้าไปผสมกับน้ำมันเกียร์และจารบี ทำให้ความสามรถในการหล่อลื่นชุดเกียร์น้อยลง ผู้ใช้งานควรปลี่ยนน้ำมันเกียร์และจารบีใหม่


6. ระบบไฮดรอลิกส์ ควรมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันไฮดรอลิกส์และทำความสะอาดระบบไฮดรอลิกส์ทั้งระบบ เพราะความชื้นอาจทำให้เกิดสนิมในระบบไฮดรอลิกส์ได้


7. ตู้ชาร์จ ควรนำออกมาตรวจสอบโดยถอดวงจรชุดควบคุมการชาร์จ หม้อแปลงไฟฟ้าทำความสะอาดและไล่ความชื้นด้วยน้ำยาทำความสะอาดพื้นผิว (contact cleaner หรือ degreaser cleaner)และเมื่อทุกส่วนแห้งแล้วให้ทดสอบการใช้งาน


8. ตรวจสอบสภาพตัวรถภายนอกและทำความสะอาด โดยใช้ผ้าชุบน้ำหมาดเช็ดรอบตัวรถรวมถึงเบาะนั่งรถยกโฟร์คลิฟท์และรถยกลากทั้งระบบเครื่องยนต์และไฟฟ้า ถือเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมและมีราคาแพง การตรวจสอบอย่างถูกวิธีจะช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้งาน อย่างไรก็ตามหลังการตรวจสอบเบื้องต้นและผู้ใช้งานได้ใช้งานไปแล้วหากพบการทำงานผิดปกติหรือยังไม่มั่นใจในการใช้งานผู้ใช้งานสามารถติดต่อศูนย์ซ่อมบริการเพื่อให้เข้าตรวจสอบเพิ่มเติมได้อีกเช่นกัน



ขอบคุณที่มา: เจแอลฟอร์คลิฟท์